ไปเที่ยว Hita กันเถอะ!!!: ครึ่งวันที่ Hita

Hita เป็นเมืองที่อยู่ในจังหวัด Oita ในภูมิภาคคิวชู ซึ่งจริง ๆ แล้วเมืองต่าง ๆ ในแถบคิวชูนั้นล้วนขึ้นชื่อเรื่องออนเซนทั้งสิ้น ไปเมืองไหนก็มีบ่อน้ำร้อนให้แช่ แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เรามาเที่ยวฮิตะกันค่ะ เราเลือกเมืองฮิตะ เพราะที่นี่มีโซนเมืองเก่าเล็ก ๆ ที่ทั้งน่ารักและอบอุ่นซ่อนอยู่ นั่นคือ Mameda-machi

ก่อนจะไปดูว่า Mameda-machi นั้นมีอะไรดีน้า เราก็ต้องเดินทางมาให้ถึงที่นี่ให้ได้ก่อนค่ะ 😉 ซึ่งการเตรียมตัวตั้งแต่ที่เมืองไทยก็คือการซื้อตั๋ว JR PASS ซึ่งแพรซื้อที่ H.I.S Tour เป็นประจำค่ะ โดยก่อนอื่นก็ต้องจัดทริปก่อน ดูว่าจะไปไหนบ้าง ซึ่งหากจะเที่ยวเฉพาะคิวชูตอนเหนือ (ซึ่งฮิตะก็อยู่ในนี้) ก็ซื้อ Northern Kyushu Pass ไปเลยค่ะ เมื่อซื้อตั๋วที่เมืองไทยแล้ว เราก็จะได้ใบขึ้นตั๋วมา ซึ่งเราต้องนำใบนี้ไปขึ้นตั๋วที่สถานนี JR ฮากาตะ (เดี๋ยวไว้จะทำรีวิวตั๋วJR อย่างละเอียดเร็ว ๆ นี้นะคะ)

เมื่อเรามีตั๋วแล้ว ก็พร้อมเดินทางค่ะ โดยเช็คเที่ยวรถไฟจาก Hyperdia หรือ จาก google map

Screenshot_2016-03-21-13-23-39

ใช้เวลาเดินทางชั่วโมงหน่อย ๆ ค่ะ หาซื้อข้าวกล่องไปนั่งกินบนรถเพลิน ๆ ดูวิวไป แป๊ป ๆ ก็ถึงแล้วค่ะ แต่ร้านค้าที่ Mameda-machi จะเริ่มเปิดตั้งแต่ 10 โมงเช้าเป็นต้นไปนะคะ บางร้านก็เปิดช้ากว่านั้นค่ะ แต่ถ้าใครอยากถ่ายรูปญี่ปุ่นแบบเงียบ ๆ สงบ ๆ สวย ๆ ก็ไปก่อน 10 โมงสักหน่อยก็ได้ค่ะ เมืองจะเงียบ ๆ ได้เห็นชีวิตยามเช้าของคนญี่ปุ่น คือ สโลวไลฟ์สุด ๆ เพราะถ้าเลย 10 โมงไป ร้านเริ่มเปิด บางทีมีทัวร์จีนมาลงค่ะ ของแพรนี่พอทัวร์จีนมา ก็ซื้อของกันเสร็จ เตรียมกลับพอดี

IMG_7999

เย้! ถึงฮิตะแล้ว

2

ความประทับใจแรกที่ได้รับจากเมืองฮิตะก็คือ…สถานี้รถไฟค่ะ เพราะมันมีเอกลักษณฺ์มาก ๆ เป็นสถานีรถไฟที่ใช้รูปแบบเป็นไม้ ดูอบอุ่น สบายตามาก ๆ ค่ะ เหตุที่ทำรูปแบบเป็นไม้นี้ เพราะแสดงถึงเอกลักษณ์ของเมืองฮิตะ ที่มีของดีของเมืองเป็น geta หรือเกี๊ยะไม้ของญี่ปุ่น โดยด้านใน waiting room จะมีฮีทเตอร์ ทำให้เวลาไปเที่ยวช่วงที่อากาศเย็น ๆ หนีไปนั่งพักในนี้ก็สบายดีไม่น้อยเลยค่ะ แถมมีหนังสือให้อ่านด้วย

8

ความสวยงามน่าประทับใจของฮิตะ ไม่ได้จบแค่เพียงสถานีรถไฟด้านในเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงด้านหน้าสถานีรถไฟ ที่ดูสวยงามตามแบบฉบับญี่ปุ่น

การเดินทางไปย่านเมืองเก่า Mameda-machi สะดวกสุดคือนั่งแท๊กซี่จากหน้าสถานีค่ะ ใช้เวลาแป๊ปเดียวก็ถึงที่หมายค่ะ โดยแท๊กซี่จะเข้ามาส่งเราในย่าน Mameda-machi เลยค่ะ ลงจากรถก็เดินเล่นได้เลย

IMG_7963

4

นี่เป็นร้านบริเวณจุดลงรถค่ะ เรียกได้ว่าเป็นร้านดูทรัพย์ร้านประจำ ที่มากี่ครั้งก็ต้องแวะร้านนี้ทุกครั้ง เป็นร้านขายของพื้นเมืองที่เป็นงานฝีมือของญี่ปุ่น โดยของต่าง ๆ ภายในร้านจะทำจากผ้าญี่ปุ่นเนื้อดี มีทั้งตุ๊กตา ของตั้งโชว์ กระเป๋า ของใช้จุกจิกทั้งหลาย

IMG_20160322_203247

นี่เป็นตัวอย่างของที่ซื้อมาค่ะ ซึ่งจะมีของรูปแบบใหม่ ๆ ออกมาตามช่วงเทศกาลตลอด

7

ร้านถัดมา เป็นร้านขายกระดิ่งดินเผาค่ะ เป็นงานแฮนด์เมด โดยสามีของคุณป้าเจ้าของร้านเป็นคนทำเองค่ะ มีหลายแบบให้เลือกเยอะมาก ๆ แพรซื้อแบบตามปีนักษัตรมาค่ะ คุณป้าแนะนำว่าให้แขวนไว้หน้าบ้าน จะช่วยขับไล่สิ่งไม่ดีออกไป และนำสิ่งดี ๆ เข้ามาค่ะ แต่แพรไม่รู้จะแขวนไว้ตรงไหน เลยตั้งไว้ที่ขั้นตรงทางเข้าบ้านแทน

เนื่องจากมาถึงตอนเช้า เมืองจะยังเงียบ ๆ ก็เลยเดินเล่นสำรวจเมืองเสียหน่อย

IMG_79543

ช่วงที่ไปคราวนี้ เป็นช่วงต้นเดือนธันวาคมค่ะ ยังมีใบไม้เปลี่ยนสีให้เห็นอยู่บ้าง แถบ Mameda-machi จะเป็นย่านเมืองเก่า สงบ สวยงาม ร่มรื่น มาถึงตอนเช้านี่เงียบมาก ๆ เลยค่ะ มีคุณลุงคุณป้าออกมาเปิดร้านบ้าง เช่นร้านขายผัก และบางส่วนก็ทำความสะอาดหน้าบ้าน แพรเดินเข้าซอยนั้นออกซอยนี้ ถ่ายรูปเพลินจนแทบลืมเวลาเลยทีเดียว

IMG_7959

เดินไปเดินมา เจอร้านขนมเปิดเช้าจ้า! ชื่อร้าน Yumeya จริง ๆ ก็ไม่ได้หิวอะไร แต่ไหน ๆ แล้ว เลยแวะเข้าไปซะหน่อย เดินไปส่องที่ตู้แช่ มีชีสเค้กแบบหั่นชิ้นพอดีคำ เป็นถ้วย ๆ แบบซื้อละเดินกินชิว ๆ ได้เลย แต่วันที่ไปอากาศเย็นแบบเดินควันออกปาก ก็เลยซื้อแล้วก็นั่งกินอุ่น ๆ ในร้าน … ใครแวะมาเที่ยวฮิตะ อย่าลืมแวะร้านนี้นะคะ

นอกจากร้านชีสเค้กร้านนี้แล้ว ในย่าน Mameda-machi ก็ยังมีร้านอาหารและร้านขายของหลากหลายเลยทีเดียวค่ะ ทั้งร้านขายโมเดล ร้านขายผักพลไม้ ร้านไอติมโฮมเมดที่มีไอติมรสกระบองเพชร

IMG_7989

เดินผ่านไปเจอร้านอาหารเล็ก ๆ ดูอบอุ่น แต่ตอนไปร้านยังไม่เปิดค่ะ เลยไม่ได้แวะกิน ถ้าไปอีกครั้งหน้าต้องลองแวะแน่นอน

และอย่างที่บอกว่าของขึ้นชื่อของเมืองนี้คือเกี๊ยะ ที่มีขายแทบจะทุกร้านในย่านนี้ ซึ่งขนาดบนพื้นถนนยังมีรูปเกี๊ยะเลยค่ะ

IMG_7956

เดินชมเมืองมาก็ทั่วแล้ว นอกจากร้านต่าง ๆ  ที่ออกแนวโอทอปในย่านนี้ ที่นี่ยังมีพิพิธภันฑ์ให้เราแวะชมหลายแห่งเลยค่ะ ทั้งพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของเมือง, พิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาญี่ปุ่น และที่ขาดไม่ได้คือ พิพิธภัณฑ์เกี๊ยะ! อ่านไม่ผิดค่ะ มีจริง ๆ และก็น่าสนใจมากด้วย

IMG_7988

นี่คือพิพิธภัณฑ์เกี๊ยะค่ะ ด้านหน้าจะมีเกี๊ยะขายอยู่ ซึ่งเกี๊ยะของที่นี่จะผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง ทำให้มีคุณภาพดีกว่าร้านอื่น ซึ่งราคาก็ตามไม้ที่นำมาทำเกี๊ยะค่ะ มีราคาหลากหลาย แต่ก็ไม่ได้แพงมากมายอะไร มองไปที่หน้าต่างด้านบน จะมีเกี๊ยะขนาดใหญ่โชว์อยู่ แต่ถ้าคิดว่าเกี๊ยะด้านบนนั้นใหญ่แล้ว…ขอบอกว่าคิดผิดค่ะ เพราะเมื่อเดินเข้ามาด้านในจะพบกับเกี๊ยะยักษ์ ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลกค่ะ! (ที่นี่ไม่คิดค่าเข้าชมค่ะ)

เกี๊ยะขนาดใหญ่นี้ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าเลยค่ะ คือ ใหญ่มาก ๆ ตอนแรกไปยืนถาสยรูปเกี๊ยะอยู่ คุณป้าที่ดูแลพิพิธภัณฑ์เห็น เลยเดินออกมาถ่ายรูปเราคู่กับเกี๊ยะให้ นี่เป็นอีกเหตุผลนึงที่ชอบมาเที่ยวญี่ปุ่น เพราะคนญี่ปุ่นสุภาพ อัธยาศัยดี ยิ้มแย้ม เป็นกันเอง 🙂 ด้านข้างเกี๊ยะยักษ์ จะมีเกี๊ยะขนาดย่อมอยู่ พร้อมรูปภาพของตระกูลทำเกี๊ยะที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น

ตอนที่เรามาถึงพิพิธภัณฑ์ เหมือนคุณป้าเค้าเพิ่งมาเปิด ชั้นบนยังไม่ได้เปิดไฟกับแอร์เลย คุณป้าก็รีบจัดแจ้งขึ้นไปเปิดไฟเปิดแอร์ให้ คือ ใจดีมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่มีเราคนเดียวที่เข้าไปเดินดูตอนนั้น

6

พิพิธภัณฑ์นี้มีสองชั้น ชั้นหนึ่งจะมีเกี๊ยะขายค่ะ หลากหลายมาก ราคาก็แตกต่างกันไป เราเองก็ได้กลับมาคู่นึง ใส่สบายดี โดยภายในก็จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเกี๊ยะ ประวัติความเป็นมา ขั้นตอนการทำ เครื่องมือที่ใช้ทำ เกี๊ยะรูปแบบต่าง ๆ

ทางเดินขึ้นไปชั้นสอง จะมีหุ่นนินจาตั้งอยู่ เดาว่าน่าจะพูดถึงเกี๊ยะแบบที่นินจาสวมใส่ โดยชั้นสองก็จะมีห้องจัดแสดงหุ่นจำลองการใช้ชีวิตของชาวญี่ปุ่นในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการค้าขาย, โรงเรียน, ห้องทำอาหาร หรือชีวิตของเหล่าขุนนาง

5

ที่น่าสนใจอีกอย่างในพิพิธภัณฑ์เกี๊ยะ คือ ศาลเจ้าเกี๊ยะค่ะ

IMG_7980

เราก็แวะไปไหว้มาค่ะ แหม ก็มาถึงที่แล้วก็ไหว้แล้วก็โยนเหรียญห้าเยนตามธรรมเนียม หลายคนอาจจะสงสัย ศาลเจ้าเกี๊ยะ…จะช่วยเรื่องอะไรนะ อ่ะ…มาลองนึกดูเล่น ๆ นะคะ เกี๊ยะก็คือรองเท้า รองเท้าเราก็ต้องใส่เป็นคู่ เป็นของที่ต้องมีคู่ ฉะนั้นศาลนี้จะให้พรเรื่องผูกดวง, ความสัมพันธุ์ที่กลมเกลียวขึ้นในครอบครัว และการเดินทางปลอดภัย (ต้องขอบคุณพี่ญี่ปุ่นที่แปลป้ายให้ค่ะ)

นี่เป็นเกี๊ยะที่ซื้อมาจากที่พิพิธภัณฑ์ค่ะ ถ้าจำไม่ผิด คู่ละ 2000 เยน

IMG_20160323_063754

เดินเล่นดูเมือง ซื้อของจนเรียบร้อย ก็ได้เวลากลับละ โดยเราก็นั่งแท๊กซี่กลับเหมือนเดิมค่ะ ให้ร้านค้าบริเวณจุดลงรถเรียกรถให้ค่ะ ใจดีมาก (ทำแบบนี้ทุกที่เวลาไปไหนที่มันไกลจากสถานีรถไฟ)

ขากลับในช่วงที่รอรถไฟอยู่ที่สถานี ก็เดินไปหาซื้อของกินจากซุปเปอร์ในห้างตรงข้ามกับสถานีรถไฟก็ได้นะคะ มีของขายเยอะทีเดียว ขนมก็เยอะค่ะ แนะนำพวกโรลครีมสด อร่อยมาาาาาก 99 เยนเองค่ะ หุ ๆ

 

บ๊ายบาย ฮิตะ ไว้จะแวะมาอีกน้าา

IMG_7997