ชวนเที่ยว Nokonoshima Island Park

นี่ก็เริ่มเข้า Spring แล้ว ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีในการไปตระเวนชมดอกไม้สวย ๆ ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนต้องนึกถึงซากุระแน่ ๆ แต่ที่ญี่ปุ่นนั้นมีดอกไม้สวย ๆ ให้ชมเรียกได้ว่าแทบจะทุกฤดูเลยที่เดียว วันนี้เลยจะมาแนะนำสวนดอกไม้บนเกาะใกล้ ๆ กับ ฟูกุโอกะ ที่แค่นั่งเรือข้ามฟากไปแป๊ปเดียว เราก็จะได้ชมดอกไม้สวย ๆ แล้วค่ะ นั่นก็คือเกาะ Nokonoshima

12 ธ.ค.58 09:00

เช้านี้ที่ฟูกุโอกะ อากาศดี ฟ้าใสแจ๋ว ด้วยสภาพอากาศที่เป็นใจขนาดนี้ วันนี้เราก็ไปเที่ยวเกาะกันดีกว่านะ! เกาะที่เราจะไปเที่ยวกันวันนี้ชื่อว่า Nokonoshima ซึ่งอยู่ใกล้กับฟูกุโอกะ และการเดินทางไปเที่ยวที่เกาะนี้ก็ไม่ยุ่งยากเลย เอ๊ะ…แล้วทำไมต้องไปเที่ยวเกาะ? เกาะนี้มีอะไร? คำตอบคือ Nokonoshima Island Park ค่ะ ที่สวนแห่งนี้ มีต้นไม้นานาพันธุ์ ซึ่งสามารถไปชมกันได้ตลอดปี! ทุกฤดูกาล! นั่นคือไม่ว่าคุณจะมาเที่ยวที่ฟูกุโอกะฤดูไหน คุณก็สามารถไปถ่ายภาพสวย ๆ ที่นี่ได้ตลอดเลยค่ะ
ก่อนที่จะไปขึ้นรถบัส ให้ไปที่ Information desk ที่สถานีรถไฟ Hakata ก่อน เพื่อซื้อ Tourist City pass (820 เยน) ค่ะ ซึ่งจะคุ้มในการเที่ยว 1 วัน เพราะไปเกาะแค่ครึ่งวัน ส่วนครึ่งบ่ายก็ใช้นั่งรถไฟใต้ดินเที่ยวต่อ
เริ่มจากใช้ google map ให้เป็นประโยชน์ค่ะ ซึ่งหากใครใช้แค่การดูแผนที่เพียงอย่างเดียวนี่เรียกว่าไม่คุ้มเลยนะคะ เพราะเจ้า google map นอกจากใช้ดูแผนที่ได้แล้ว ยังใช้ดู เวลาการเดินรถ ทั้งรถบัสและรถไฟ เรียกว่าทำให้การท่องเที่ยวด้วยตัวเองสะดวกขึ้นอีกมากเลย
นี่คือหน้าตาในการใช้ google map ช่วยคำณวนเส้นทางค่ะ ทำให้เราทราบว่าจากจุดนี้ไปจุดนี้ ขึ้นรถสายอะไร ลงป้ายไหน ใช้เวลาการเดินทางเท่าไร ซึ่งเช้านี้ เราจะไปขึ้นรถที่ Hakata Bus Terminal ซึ่งอยู่ติดกับสถานีรถไฟ Hakata ค่ะ ขึ้นรถสาย 312 นั่งสุดสายลงที่ท่าเรือเลย!
09:30
เดินมาถึงที่ขึ้นรถเรียบร้อย พอเดินเข้าไป…งงค่ะ! มีช่องให้ยืนรอรถประมาณ 10 ช่อง หลายสายมาก เลยเดินวนไปมาอยู่พักนึง จนในที่สุด!!! เราก็เจอจุดขึ้นรถของเรา ช่องที่5 ค่ะ
รถบัสที่นี่ไม่มีปัญหาเรื่องเวลาค่ะ มาตรงเวลาเป๊ะเลย ซึ่งในวันที่อากาศดีแบบนี้ ก็ถือเป็นการนั่งรถชมวิวของเมืองไปในตัวค่ะ เพราะเราต้องนั่งรถข้ามไปอีกฟากนึงของเมือง ได้ดูวิวแม่น้ำตอนนั่งรถข้ามสะพาน เรียกว่าคุ้มค่ากับการเดินทางจริง ๆ ค่ะ
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที เราก็จะมาลงป้ายที่อยู่ด้านหน้าท่าเรือเลยค่ะ
11:00
มารอขึ้นเรือที่ Meinohama Ferry Passenger Terminal ด้านในมีจุดขายตั๋ว ตู้กดเครื่องดื่มและร้านขายของชำเล็ก ๆ
สามารถซื้อตั๋วขึ้นเรือจากตู้ขายตั๋วอัตโนมัติได้เลยค่ะ ซึ่งก็สะดวกมาก เพราะมีภาษาอังกฤษค่ะ ราคาตั๋วไป-กลับ 460 เยน ตั๋วเป็นตั๋วขาไปและกลับนะคะ ก่อนขึ้นเรือ เจ้าหน้าที่จะฉีกไป 1 ใบ ฉะนั้นอีกใบขากลับเก็บให้ดีนะคะ ใบมันเล็ก เดี๋ยวถ้าหายไปแล้วต้องเสียเงินซื้อตั๋วใหม่นะคะ
สำหรับตารางเดินเรือก็สามารถเช็คล่วงหน้าได้จากเว็บไซต์ของสวน http://nokonoshima.com/ หรือดูป้ายด้านบนที่ติดไว้บริเวณจุดขายตั๋ว

ระหว่างรอขึ้นเรือ ถ้าหิวก็ซื้อน้ำหรือซุปร้อน ๆ ดื่มก่อนได้ค่ะ

ถ้าอยากดื่มอะไรร้อน ๆ ขอแนะนำ “ซุปข้าวโพด” และ “นมสตรอว์เบอร์รี่” เลยค่ะ รสชาติดีมาก ๆ ยิ่งนมสตรอว์เบอร์รี่นี่หอมมาก ๆ เลยค่ะ หอมเหมือนป๊อกกี้เลย
นั่งเรือไปเที่ยวเกาะกันเลยค่ะ! เรือ ferry ข้ามฟากนี้ สามารถนำยานพาหนะข้ามไปด้วยได้ โดยชั้นสองจะเป็นที่นั่งผู้โดยสาร ถ้าช่วงหน้าหนาวแบบช่วงนี้ ก็แนะนำให้นั่งด้านในห้องเพราะมีฮีทเตอร์ค่ะ ไม่งั้นนั่งโต้ลมข้างนอกมีป่วยแน่ๆ แต่ถ้าช่วงอากาศกำลังสบายอย่างช่วงใกล้ ๆ หน้าร้อน นั่งข้างนอกดูวิว รับลมทะเลสบาย ๆ เลยค่ะ
11:15
ถึง Nokonoshima Island แล้วค่ะ ใช้เวลานั่งเรือเพียง 15 นาทีเท่านั้นเอง ซึ่งเดี๋ยวเราต้องเดินไปที่ป้ายรถเพื่อรอขึ้น shuttle bus ของเกาะไปที่สวนค่ะ (170 เยน) สามารถใช้ google map เช็คตาราง shuttle bus ก่อนได้นะคะ รถจะมาทุก 30 นาทีค่ะ ระหว่างนี้ก็เดินไปชมวิวทะเลก่อนได้ค่ะ เพราะเราจะได้ภาพของเมืองฟูกุโอกะแบบที่สวยมากเลยทีเดียว
จากนั้นก็เดินไปรอขึ้นรถที่ป้าย Tosenba Mae เพื่อขึ้นรถ Island Park เป็นรถสีเขียวขาว ใช้เวลาเดินทาง 13 นาทีค่ะ
ระหว่างทางที่นั่งรถขึ้นไปยังสวน (สวนอยู่ด้านบนของเกาะค่ะ) อาจจะไม่มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจมากนัก ซึ่งเราก็จะได้เห็นความร่มรื่นของต้นไม้เขียวชะอุ่มบนเกาะ และชีวิตของคนบนเกาะ เพราะระหว่างทางเราจะผ่านบ้านและโรงเรียนที่อยู่บนเกาะค่ะ อาจพบเห็นเด็ก ๆ ออกมาวิ่งเล่นกันบ้าง ซึ่งทำให้เผลอคิดไปว่า อยากใช้ชีวิตสงบ ๆ อยู่บนเกาะบ้าง
บนเกาะนี้ นอกจากจะมีต้นไม้เยอะแล้ว ชาวบ้านเค้ายังปลูกส้มกันด้วยค่ะ ดังนั้นที่เกาะจะมีผลิตภัณฑ์ที่ทำจากส้มขาย นั่นคือ แยมส้ม และยังมีส้มขายที่ร้านค้าบริเวณท่าเรือด้วยค่ะ
11:30
ถึง Nokonoshima Island Park แล้วค่ะ ก่อนเช้าไปชมต้องซื้อบัตรเข้าก่อน ราคา 1000 เยนค่ะ พอเข้าไปก็จะมีเอกสารนำชมให้หยิบติดไม้ติดมือไว้ดู ซึ่งจะมีรายละเอียดของต้นไม้ ดอกไม้ต่าง ๆ ในสวน ว่าจะบานช่วงเดือนไหนบ้าง จะได้จัดตารางชีวิตท่องเที่ยวของตัวเองได้ถูก นอกจากนั้นก็มีใบตารางการเดินรถ shuttle bus และตารางเรือ ให้เราได้ก่ะเวลาการเดินเที่ยวชมสวนค่ะ เดินนาน ตกเรือไม่รู้นะเออ
ด้านในสวนมีพื้นที่กว้างขวางมากค่ะ แต่เผอิญมาเที่ยวช่วงเดือนธันวา ต้นไม้เลยแทบจะไม่มีใบเหลือแล้ว จุดชมใบไม้เปลี่ยนสียังมีหลงเหลือบ้าง ส่วนดอกไม้ก็มีแค่ไม่กี่พันธุ์ที่บานช่วงฤดูหนาวค่ะ ตั้งใจว่าครั้งหน้าจะมาช่วงฤดูใบไม้ผลิและใกล้ ๆ หน้าร้อน เพราะน่าจะสวยมากแน่ ๆ
จะมีป้ายใหญ่ ๆ แสดงทางเดินในส่วนต่าง ๆ ของสวนค่ะ แต่เป็นภาษาญี่ปุ่น อ่านไม่ออก แต่ดูรูปแล้วมั่นใจว่าถ้าเดินตามทางไม่หลวงแน่นอน ว่าแล้วก็เดินเล่นชมสวนช่วงฤดูหนาวกันดีกว่าค่ะ
ดอกไม้ในเดือนนี้ ถึงจะมีบานไม่มาก แต่ก็มีสีสันสวยงามชวนให้ลบความหนาวเย็นและท้องฟ้าหม่น ๆ ในช่วงฤดูหนาวได้ดีทีเดียว ส่วนใบไม้เปลี่ยนสี แม้จะยังเหลือให้ชมนิดหน่อย แต่ก็ยังคงความสวยงามอยู่ค่ะ แต่ใบไม้ก็ใกล้จะล่วงหมดเต็มที ถ้ามาช่วงกลางเดือน-ปลายธันวาคงจะไม่มีให้ดูแล้ว
นอกเหนือจากบรรยากาศสวย ๆ ของต้นไม้ดอกไม้แล้ว ที่สวนนี้ก็มีบรรยกาศแบบญี่ปุ่นน่ารัก ๆ อบอวลอยู่ไม่น้อยเลยค่ะ
เมื่อเดินขึ้นมาช่วงกลาง ๆ ของสวน เราก็จะเข้าสู่ชุมชนแบบญี่ปุ่นสมัยก่อน โดยในโซนนี้ถือเป็นโซนอนุรักษ์ค่ะ เพราะเป็นบ้านเรือนแบบญี่ปุ่นที่เค้าทำนุบำรุงเก็บรักษาไว้ โดยมีทั้งเปิดเป็นบ้านจัดแสดงวิถีชีวิตคนญี่ปุ่นสมัยก่อน ร้านขายของชำแบบร้านโชว์ห่วยเล็ก ๆ ร้านขายของพื้นเมืองต่าง ๆ ร้านอาหารและคอฟฟี่ช๊อปเล็ก ๆ ที่สร้างความอบอุ่นในบรรยกาศหนาว ๆ ได้ดีทีเดียว นอกจากจะได้ภาพสวย ๆ จากธรรมชาติแล้ว ยังได้ภาพสวย ๆ ของชุมฃนญี่ปุ่นสมัยก่อนกลับมาด้วยนะคะ คุ้มจริง ๆ
12:30
เดินตามทางออกจากโซนบ้านเรือญี่ปุ่น เราก็จะเดินขึ้นเขาไปอีกนิดค่ะ แต่คุ้มค่ากับการเดินแน่นอน เพราะด้านบนจะมีวิวสวย ๆ ให้เราถ่ายรูปแบบพาโนราม่าได้ด้วย
พอขึ้นมาถึงด้านบนจะเป็นจุดชมวิวค่ะ สวยทีเดียว มีต้นพลับที่ออกลูกเล็ก ๆ อยู่ต้นนึงด้วย น่ารักดีค่ะ แต่ลูกพลับก็ร่วงจะหมดต้นแล้วเช่นกัน โดยด้านบนนี้นอกจากจะเป็นจุดชมวิวแล้ว ยังมีบ้านพักต่างอากาศให้นักท่องเที่ยวมาพักด้วยค่ะ มีร้านอาหารซึ่งมีระเบียงยื่นออกไปให้มานั่งกินลมชมวิวกันชิว ๆ
มีสนามเด็กเล่นด้วยนะคะ แต่ส่วนตัวคิดว่าดูอันตรายไปหน่อย แต่ศาลาที่ทำยื่นออกไปทางทะเลนั้น เป็นจุดถ่ายรูปที่สวยอีกจุดนึงเลยค่ะ
เดินเล่นชมวิวด้านบนจนเสร็จก็ได้เวลากลับแล้วค่ะ ดูเวลาจะบ่ายโมงแล้ว ยังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลย มัวแต่เพลิน เดินลงก็มาทางเดิมค่ะ แต่พอผ่านจากโซนบ้านญี่ปุ่นออกมา มันจะมีทางแยกเดินไปอีกทางนึงได้ ซึ่งเป็นคนละทางกับที่เดินมาตอนแรก เลยตัดสินใจไปทางใหม่ จะได้เดินให้ทั่ว ๆ ซึ่งก็นับว่าคิดถูกมากเลยค่ะ
IMG_8437
ระหว่างที่เดินมาตามทาง ก็มองไปเห็นศาลตั้งอยู่อีกฝั่งนึง ซึ่งก็ไม่ได้มีทางเดินไปถึงศาลค่ะ เราก็ลังเลว่าจะเดินไปดูดีไหม สุดท้ายเลยเดินไปดูซะหน่อย ตอนแรกเดาเอาเองว่าเป็นศาลที่นักเดินทางมาไหว้ขอพรรึเปล่า ให็มีการเขียนขอพรที่แผ่นไม้แล้วห้อยไว้ด้วย พอกลับมาแล้วมาค้นข้อมูลถึงเพิ่งทราบว่า เป็นศาลไหว้ขอพรเรื่องความรัก คู่ครอง หรือขอบุตรค่ะ เดี๋ยวก่ะว่าครั้งหน้ากลับไปเที่ยวต้องแวะไปไหว้เสียหน่อยแล้ว
พอกลับลงมาก็จะมีจุดรอรถ shuttle bus ค่ะ เป็นห้อง ด้านในจะมีของขาย พอเดินเข้าไปด้านในจะมีที่นั่งค่ะ แต่อาจจะงง เพราะประตูเปิดออกไปด้านนอกไม่ได้ เนื่องจากประตูห้องรอรถนี้จะเปิดต่อเมื่อมีรถมาค่ะ ซึ่งที่รถจะมีเซนเซอร์เชื่อมกับประตู พอรถมาจอดหน้าประตูห้องรอรถ ประตูก็จะเปิดให้เราเดินขึ้นรถไปได้เลย โอ้วว…สมกับเป็นญี่ปุ่นจริง
13:30
พอลงมาถึงท่าเรือ ก็ดูเวลาแล้วยังมีเวลาเหลือนิดหน่อยระหว่างรอเรือเที่ยวต่อไป ก็หาซื้อของติดไม้ติดมือกลับไปได้จากร้านค้าของพื้นเมืองติดกับท่าเรือค่ะ
มีทั้งผักผลไม้สด ๆ และอาหารทะเลสดขายด้วยนะคะ ผักนี่แบบสดมาก ๆ เนื่องจากเป็นผลผลิตของชาวบ้านเองค่ะ สามารถหาซื้อแยมส้ม และของที่ระลึกอื่น ๆ จากแถวนี้ได้ด้วยนะคะ แต่ของที่เราชื่นชอบมาก แล้วก็เดินไปซื้อซ้ำจนป้าคนขายหุบยิ้มไม่ได้ คือ…คุ้กกี้ค่ะ
เป็นคุ้กกี้ชาวบ้านธรรมดา ๆ แต่อร่อยมาาาาาก (สำหรับเรานะคะ) เนื้อสัมผัสคุ้กกี้นุ่มแล้วก็หอมนมเนย ที่สำคัญที่ชอบมากคือ มีใส่ผิวส้มในคุ้กกี้ด้วยค่ะ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะ 120 เยนนะคะ แนะนำว่าต้องลองจริง ๆ ค่ะ
14:15
เรือมาแล้ว! บ๊ายบาย Nokonoshima Island Park แล้วฉันจะคิดถึงเธอ
ปล.เมื่อนั่งเรือกลับไปแล้ว ให้เดินออจาก Meinohama Ferry Passenger Terminal ข้ามไปฝั่งตรงข้าม จะมีห้องให้รอรถ เขียนว่ารอรถไป Hakata-Tenjin นั่งรอในนั้น แล้วเดี๋ยวรถจะมาจอดหน้าประตูเองค่ะ