ชวนเที่ยว Angkor National Museum

เวลาเดินทางไปต่างประเทศ สิ่งที่ไม่ควรพลาดคือ การไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ของประเทศนั้นหรือของเมืองที่เราไปเที่ยว เพราะมันจะทำให้เราเข้าใจในวัฒนธรรมและตัวตนของคนชาตินั้น ๆ ได้อีกมากทีเดียว

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติของราชอาณาจักรกัมพูชา อยู่ไม่ไกลจากคาเฟ่ที่แนะนำไปคราวก่อนมากนัก นั่งตุ๊ก ๆ ไปแป๊ปเดียวเอง


สิ่งที่คนขับตุ๊ก ๆ ทำให้งง คือ เขาจอดรถที่ travel agency แห่งหนึ่ง แล้วบอกว่าซื้อตั๋วที่นี่ได้ จนถึงตอนนี้ก็ยังงงอยู่ว่าทำไมซื้อที่พิพิธภัณฑ์ไม่ได้เหรอ แต่เราก็เข้าไปซื้อ เพราะไม่ได้ยุ่งยากอะไร ค่าเข้าชมอยู่ที่ 120เหรียญ (120 USD) ของที่นี่แพงนะ เพราะคิดเป็นเงินดอลล่าหมดเลย แล้วชอบทอดเศษกลับมาเป็นเงินเรียล (ค่าเงินของกัมพูชา) ซึ่งเอาไปใช้ซื้ออะไรก็แทบจะไม่ได้ ถ้าไม่ใช่แบ็งค์ใหญ่

(ภาพ)

พอจ่ายเงินเสร็จก็จะได้ใบเสร็จมาเพื่อเอาไปขึ้นตั๋วที่พิพิธภัณฑ์ (ทำไมไปซื้อที่นู่นไม่ได้??) นั่งรถไปก็สงสัยไป 555 จนมาถึงพิพิธภัณฑ์ สภาพด้านนอกอาจจะดูโทรมไปสักหน่อย พอเข้าไปด้านในก็รู้สึกว่าดูไม่น่าจะใหญ่มาก เดินแป๊ปเดียวคงทั่วมั้ง

ก่อนอื่นก็ให้นำสัมภาระไปฝากไว้กับเจ้าหน้าที่ที่จุดรับฝากของก่อน แล้วเราก็จะได้รหัสตู้ฝากของมา ข้าง ๆ จุดรับฝากของมีตู้แนะนำพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ สามารถกดเล่นได้ แต่เราไม่กดอ่ะ เดินดูเลยดีกว่า

(ภาพ)

ยังไม่ทันเข้าไปถึงห้องชมนิทรรศการต่าง ๆ ก็มีของให้ชมก่อน เป็นการเรียกน้ำย่อย ซึ่งหินสลักแบบนี้ มีตั้งให้ชมทั่วพิพิธภัณฑ์ พร้อมคำอธิบาย

(ภาพ)

จากนั้นก็เดินไปขึ้นตั๋วที่จุดจำหน่ายตั๋ว ตรงนี้จะมีแผ่นพับให้หยิบด้วย มีหลายภาษามาก เราหยิบภาษาไทย อังกฤษ และเขมรมา เมื่อได้ตั๋วแล้วก็ไปกันเลยย

(ภาพ)

นี่คือแผนผังห้องจัดแสดง ความแปลกของมันคือ ให้เริ่มจากชั้นสองก่อน ซึ่งตรงบันไดทางขึ้น จะมีโต๊ะและเจ้าหน้าที่คอยให้บริการแจก Audio tour set เหมาะกับคนขี้เกียจอ่าน แต่เราไม่ได้รับมา เพราะอยากเดินดูไปเรื่อย ๆ ชิว ๆ

(ภาพ)

ที่นี่จะคล้าย ๆ กับ มิวเซียมสยาม ตรงที่มีห้องให้ชมภาพรวมของพิพิธภัณฑ์ เป็นการปูพื้นฐานก่อน ซึ่ก็คือ Briefing Hall ที่อยู่ชั้นสองนั่นเอง ตอนขึ้นไปก็งง ๆ วันจะไปทางไหนก่อน เผอิญเห็นเจ้าหน้าที่กวักมือเรียก 555 พอขึ้นบันไดไป ห้องจะอยู่ทางซ้ายมือ

ข้างในเหมือนโรงหนัง พอเข้าไปมีคนจีนนั่งดูอยู่ 3 คน วีดีทัศน์ทำออกมาได้ดีทีเดียว ความยาวประมาณ 15 นาที พอจบก็จะออกอีกประตูนึงเพื่อไปยังห้องถัดไป ห้องที่จะไปต่อคือ ห้องจัดแสดงพิเศษ: 1,000 Buddha images ซึ่งก่อนเข้าไปชม จะมีจุดให้ไหว้พระและเสี่ยงเซียมซีด้วย โดยภายในห้องจัดแสดงต่าง ๆ จะห้ามบันทึกภาพ ซึ่งเราเคารพสถานที่ ไม่มีการแอบถ่ายออกมา

(ภาพ)

ในห้องนี้สวยมาก ๆ คือเป็นห้องจัดแสดงแรกที่เข้าชม มีพระพุทธรูปอยู่เยอะมาก เน้นว่ามาก ๆ การจัดวางสวยงาม อาจจะมีต้องเดินสลับไปมาหน่อย เพราะจัดไว้สองข้าง มีการจัดเรียงตามยุคสมัย ทำให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางด้านปฏิมากรรมอย่างชัดเจน

ห้องต่อไปคือ ห้อง Khmer Civilization

(ภาพ)

บอกเล่าเรื่องราวของอนาจักรขอมแต่โบราณ มีประวัติความเป็นมาโดยระเอียด น่าสนใจมาก

ต่อมาคือห้อง Religion and Beliefs ซึ่งไม่ได้ถ่ายป้ายมา เพราะมันเป็นห้องที่อยู่รวมในห้องประวัติขอม ซึ่งห้องนี้เราอยู่นานสุด ห้องนี้เล่าตั้งแต่ความเป็นมาของศาสนาที่เข้ามาในประเทศ การเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย และที่น่าสนใจมาก ๆ คือเรื่องความเชื่อ ใครที่ชอบอ่านนิทาน เรื่องเล่า เรื่องเทพต่าง ๆ ต้องห้องนี้เลย ประวัติละเอียดมาก และมีศิลปกรรมสวย ๆ มากมาย ซึ่งของทุกอย่างเป็นของจริง ที่ทางพิพิธภัณฑ์นำมาเก็บรักษาไว้ที่นี่

เนื่องจากเค้าเน้นห้ามถ่ายรูปของจัดแสดง แต่ด้วยความที่เราอินกับจุดนี้มาก โดยเฉพาะประวัติของครุฑ ว่าทำไมถึงเป็นศัตรูกับนาค เราเลยถ่ายเรื่องเล่ามาให้อ่านกัน สนุกอ่ะ เราอ่านหลายรอบไม่เบื่อเลย

(ภาพ)

ต่อมาคือห้องสุดท้ายของชั้นสอง ห้อง The Great Khmer Kings ซึ่งมีประวัติความเป็นมาของกษัตริย์ของเขมรทุกพระองค์ ซึ่งองค์ที่เราสนใจมากที่สุดคือ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งไม่เพียงแต่พระองค์จะถูกยกย่องเป็นผู้สร้างยุคทองของเขมร พระมเหสีของพระองค์ (ทั้งองค์แรก และองค์ที่สอง) ก็ล้วนสร้างคุณประโยน์มากมายให้แก่ประเทศ ทั้งด้านศาสนาและการแพทย์ (สมัยนี้มีโรงพยาบาลแล้วด้วยนะ)

(ภาพ)

เสร็จแล้วก็ลงบันไดมาชั้น 1 ซี่งหลังจากดูไปหลายห้อง เริ่มรู้สึกละว่าที่นี่โคดใหญ่เลย 555 พอลงมาถึงชั้นหนึ่งก็รู้สึกว่าร่มรื่นมาก มีสระน้ำสร้างอยู่โดยรอบ รู้สึกสดชื่นดี ห้องแรกของชั้น 1 คือ ห้อง Angkor Wat ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยพระเข้าสุริยวรมันที่ 2 ห้องจัดแสดงนี้ก็สวยงามเหมือนห้องอื่น ๆ แต่ที่ทำให้ชื่นชอบมากคือ มันจะมีจุดแสดง Angkor Wat จำลอง ซึ่งเมื่อเราจะเดินไปจุดนี้ มันจะมีเซ็นเซอร์จับสัญญาณอยู่ พอมันจับว่ามีคนเดินมา ไฟในห้องจะดับลง และมีการฉายวีดิทัศน์ซึ่งแสดงถึงความสวยงามของ Angkor Wat โดยหลังจากที่วิดีทัศน์จบลง ไฟที่เมืองจำลองก็จะค่อย ๆ ติด จากนั้นไฟที่ผนังก็จะค่อย ๆ ติด นับว่าเป็นห้องที่ใช้ลูกเล่นแสงสีเสียงได้งดงามมาก ๆ ทีเดียว

(ภาพ)

ห้องต่อมาคือ ห้อง Angkor Thom ซึ่งสร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7  มีประวัติ สถาปัตยกรรมที่สวยงาม และยังแสดงถึงความเปลี่ยนแปลงด้านศาสนา และผู้คนในสมัยนั้นอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งห้องที่สวยงาม โดยจากห้องนี้ก็จะมีห้องต่อกันภายใน 2 ห้องคือ ห้อง Story of Stone ซึ่งเป็นเรื่องของต้นกำเนิดภาษาเขมร มีการจัดห้องที่สวยงาม นำศิลาจารึกภาษาเขมรมาให้ชมกัน รวมทั้งมีเสียงการออกเสียงภาษาเขมรเปิดให้ฟังด้วย แถมด้วยชาร์ตกระจกใหญ่โต มีภาษาเขมรพร้อมคำอ่านภาษาอังกฤษ

ต่อมาห้องสุดท้าย คือ ห้อง The Ancient Costume ชื่อก็บอกแล้วว่าเกี่ยวกับการแต่งกายตั้งแต่สมัยก่อนทั้งชายและหญิง เสร็จจากห้องนี้ก็ถึงเวลาช๊อปปิ้งที่ร้านขายของที่ระลึก ซึ่งก็ใหญ่โตไม่แพ้ห้องจัดแสดงเลยทีเดียว ของสวย ๆ เยอะเลย ราคาก็โหดร้ายตามความงาม ก็เลยเดินจนทั่ว สุดท้ายมาจบที่เข็มกลัดพิพิธภัณฑ์ ราคา 10เหรียญ และตัวต่อสามมิติ Angkor Wat ซึ่งสเกลใหญ่อลังมาก ปัจจุบันยังต่อไม่เสร็จ 555

เสียดายที่ไม่มีรูปให้ดูมาก เพราะเค้าห้ามถ่าย แต่อยากให้ทุกคนมา พิพิธภัณฑ์เค้าทำดีมาก ๆ สวยงาม สะอาด พนักงานสุภาพ ห้องน้ำสะอาด ดีงามมาก ขนาดไกด์ยังบอกว่า “ถ้ามาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ก่อน แล้วค่อยไปชม Angkor Wat/Angkor Thom นะ คุณไม่ต้องใช้ไกด์หรอก มาที่นี่คุณจะรู้จักเขมรมากกว่าไกด์อีก” ฉะนั้น ไม่มานี่พลาดมาก ๆ เลย