Japan trip – Day 4 – Part two (Namba, OSAKA)

เตรียมตัวออกเดินทางไปตะลุยย่านNamba ก่อนอื่นก็ไปซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินก่อน ซึ่งอย่างที่เคยบอกไปว่าตอนนี้ที่ญี่ปุ่นเดินทางง่ายสะดวกสบายมาก ๆ เครื่องขายตั๋วก็มีภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเราก็ต้องดูสายรถไฟว่าเราจะนั่งสายไหน แต่ถ้าเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่มาก ซึ่งมีสถานีไม่เยอะ ก็จะมีให้กดซื้อแบบระบุสถานีเลย

ใช้เวลาไม่นานก็เดินทางมาถึง Namba Station ออกทางออกที่14

ย่านนัมบะถือเป็นแหล่งรวมของกินและช๊อปปิ้งของโอซาก้าเลยก็ว่าได้ โซนของกินเด็ด ๆ จะอยู่แถว Dotonbori street น่าจะเรียกว่าเป็นถนนแห่งความบันเทิงเลยก็ว่าได้ ระหว่างทางที่จะเดินไปหาของกิน ก็ผ่านโรงละครที่มีการจัดแสดงมหรสพของญี่ปุ่น น่าสนใจทีเดียว แต่มันก็เหมือนดูโอเปร่าของฝรั่งอ่ะ คือ…ฟังไม่รู้เรื่อง 555 เลยเดินไปหาของอร่อยกินดีกว่า เนื่องจากแถวนี้เป็นย่านธุรกิจที่มีชาวต่างชาติมาเดินกันเยอะแห่งหนึ่ง ทำให้แถวนี้พบเจอตำรวจเดินกันไปมา ทำให้รู้สึกปลอดภัยดีทีเดียว แถมถนนเส้นนี้ห้ามขี่จักรยานผ่านด้วย ต้องจอดไว้แล้วเดินไป แต่บางคนก็ไม่สนใจ โดนตำรวจเรียกให้หยุดแล้วกลับขี่ต่อไปเฉยเลย

ก่อนจะไปถึงร้านปูยักษ์ที่ใคร ๆ ก็นิยมมากินกัน เลยต้องลองมากินบ้าง แต่ไหน ๆ เดินผ่านสะพานEbisuที่มีป้ายนักวิ่งกูลิโกะ เลยแวะถ่ายก่อน ได้ข่าวว่ากำลังจะเปลี่ยนป้ายใหม่ ไว้เปลี่ยนใหม่แล้วจะแวะมาอีกนะ

ในที่สุดก็มาถึงร้านอาหาร มื้อเย็นวันนี้ฝากท้องไว้ที่ร้าน Kanidoraku … ไม่มีทางพลาดกับปูสีแดงตัวใหญ่ที่ติดอยู่เหนือป้ายร้าน หน้าร้านมีขายของทีระลึก ปากกาก้ามปู ผ้าเช็ดหน้าลายปู แต่ที่เด็ดสุดคือ ข้าวเกรียบปู แผ่นสีออกชมพู ๆ กลม ๆ อร่อยดีทีเดียว ซื้อเป็นของฝากก็โอเค แถวหน้าร้านยังมีบริการพิเศษ มีเมนูปูขายหน้าร้านแบบสด ๆ คือสั่งแล้วยืนกินหน้าร้านได้เลย

พอเข้าไปในร้าน พนักงานร้านเชิญขึ้นไปชั้น4 เมนูมีให้เลือกหลากหลายตามความต้องการ เป็นชุดก็มี เนื้อปูล้วนก็มี เราเลือกสั่งเซ็ตปูมาสองเซ็ต นั่งรอสักพัก พนักงานยกหม้อมีควันมาตั้งอยู่ชั้นด้านหลัง ได้รู้ตอนหลังว่าเป็นข้าว คือ ก่ะว่าหุงเสร็จดีก็ตอนกินปูเสร็จนั่นแหละ มีอุปกรณ์แกะเนื้อปูพร้อม สะดวกดีทีเดียว ก่ะว่าพอกลับมาไทยคงต้องหาติดตัวไว้สักอัน ในที่สุดปูก็มา ตัวไม่ใหญ่นะ เน้นขายาวมากกว่า ในขามันก็ไม่ได้มีเนื้อเยอะอะไรมากมายหรอก เรียกว่ามาลองกินพอเป็นพิธีละกัน ว่าชั้นมาถึงนัมบะ โอซาก้าละนะ พวกแม่ ๆ ลงความเห็นว่าปูไทยเจ๋งกว่าเป็นไหน ๆ เลย จากนั้นก็มีไข่ตุ๋นปูมาเสิร์ฟ อร่อยดี ตามด้วย กราแตงปู, ซุปปลา กินทุกอย่างครบหมด ข้าวสุกพอดี พอเค้าเปิดฝามา มีขาปูวางอยู่สองขา เค้าบอกให้เราขูดเนื้อใส่ลงในข้าว แล้วคลุก จากนั้นตักข้าวเล็กน้อยใส่ในชาม แล้วรินน้ำซุปใส่ลงไป…เอ่อ…ข้าวต้มปู? อันนี้เป็นเมนูตบท้ายที่ไม่ประทับใจอย่างแรง

อิ่มแล้วก็เตรียมออกเดินสำรวจโลกแถวDontonbori ต่อ พนักงานนำลูกอมมาแจกให้ก่อนจะกลับด้วย

พอออกมาด้านนอกร้านรวงเริ่มเปิดไฟกันแล้ว ได้อารมณ์แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง ถนนดูสวยงาม ทุกอย่างดูน่าตื่นเต้น เหมือนเป็นตอนเช้า เหมือนทุกคนเพิ่งตื่นกันเลย 

เดินผ่านป้ายต่าง ๆ ที่ดูใหญ่โต ซึ่งเป็นสิ่งที่แปลกของร้านต่าง ๆ แถวDontonbori คือ ใหญ่โต…ใหญ่โตนี่ไม่ใช่ร้านใหญ่ แต่เป็นป้ายร้านที่จะนำรูปหรือตัวชูโรงของร้านมาติดเอาไว้แบบเห็นชัดเจน ร้านขาปูยักษ์ ก็มีปูตัวใหญ่โตเด่นอยู่หน้าร้าน ร้านขายซูชิ ก็มีรูปซูชิอันใหญ่ ร้านเกี๊ยวซ่า ก็มีเกี๊ยวซ่าอันใหญ่โชว์อยู่…คือ มาแถวนี้แล้วหาร้านอาหารไม่เจอนี่เรียกว่าตาถั่วจริง ๆ

เดินออกมาจากร้านปูได้แป๊ปนึง ก็เจอร้าน TAKOYAKI ที่มีปลาหมึกตัวใหญ่มือนึงถือตะหลิว อีกมือถือทาโกะ เกาะอยู่ที่ตึก แถวคิวยาวเชียว เลยคิดเอาเองว่าอร่อย ๆ แม่ ๆ ก็อยากกิน ก็เลยไปต่อแถว พนักงานทำเร็วดี แป๊ปนึงถึงคิวเราแล้ว เลยสั่งแบบสิบสองลูก กินกันคนละสองลูกเลย ทำเสร็จใหม่ ร้อน ๆ ควันฉุยเลย แล้วก็ตามคาด…คือ อร่อยมาาาาาาาาาาาาาาาาาาาก เป็นอีกร้านนึงที่ขอแนะนำถ้ามาแถวย่านนี้ นี่ถ้าไม่ติดว่าอิ่ม จะซื้ออีกกระทงนึง

เดินดูร้าน ดูไฟไปเรื่อย ๆ ก็ไปเจอกับตู้คีบตุ๊กตา มันทำเหมือนดูง่ายมากเลย พนักงานมาขยับตุ๊กตาให้ก็แล้ว ก็ไม่ช่วยอะไร เสียไปเกือบพันเยนกับตู้นี้ ตอนแรกก่ะไม่เล่นแล้ว เดิน ๆ ไปอีก เจออีกร้าน อันนี้หัวทิ่มอยู่ตรงรูเลย โอ้โห ได้แน่ ๆ แค่สะกิดก็คงลง สรุปไม่ได้ตุ๊กตา แถมเสียเงินกับสองตู้รวมกันประมาณ สองพันเยน! มันเป็นการพนันอย่างนึงจริง ๆ นะ เล่นแล้วหยุดตัวเองไม่ได้เลย มันรู้สึกแบบ จะได้แล้ว ๆ อีกนิด ๆ ฮือออออ เศร้ามาก

พอเดินกลับมาถึงตรงร้านมาโกะที่พวกแม่ ๆ รออยู่ พี่สาวเราก็เข้าไปดูของในร้านขายยา เราเลยเดินเล่นไปเรื่อย ๆ ถึง Ebisu Bashi-Suji shopping street เป็นถนนช๊อปปิ้ง ผู้คนเยอะแยะ มีไฟประดับสวยงาม มีร้านขายเครื่องสำอางค์ เสื้อผ้า ของจุกจิกมากมาย ที่สำคัญมีร้านที่มีตู้ถ่ายสติ๊กเกอร์ด้วย เด็กมาถ่ายกันเยอะเลย เสียดายพี่สาวไม่ได้เดินมาด้วย งั้นจะลากมาถ่าย

พอเดินกลับมาที่จุดเดิม ทุกคนซื้อของเรียบร้อย พร้อมกลับที่พักแล้ว ตอนเดินกลับมาขึ้นรถไฟ ตรงกับที่มหรสพเลิกแสดงพอดี โอ้โห คนทะลักออกมาที่ถนน เบียดเสียดยัดเยียดกันน่าดู กว่าจะฝ่ามาขึ้นรถไฟได้เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน

พักเอาแรงก่อน พรุ่งนี้จะออกไปตะลุย Universal Studio Japan จะได้เที่ยวโลกพ่อมดแล้วววว

 

Posted by

Writing, traveling, reading, love handmade stuffs with the passion of travel to get an inspiration from the beauty within. On spiritual journey to learn about how to live my life to the fullest and happiness along the way.

2 thoughts on “Japan trip – Day 4 – Part two (Namba, OSAKA)

  1. ยังน่าติดตามเหมือนเดิมนะคะ แต่ละตอนมีอาหารมายั่วทุกครั้ง

Leave a Reply