Japan trip – Day 4 – Part one (Tokyo -> Umeda, Osaka)

ออกจากโรงแรมแต่เช้าเพื่อเดินทางไปโอซาก้าโดยชินกันเซน ก็นั่งแท็กซี่ไปสถานีรถไฟโตเกียว

รถไฟออกประมาณสิบโมงครึ่ง พอไปถึงสถานีรถไฟก็เดินไปหาซื้อข้าวกล่องขึ้นไปกินบนรถไฟ เราซื้อข้าวกล่องเป็นข้าวหน้าปูครึ่งนึง ข้าวหน้าไข่หวานครึ่งนึง พร้อมtoppingเป็นหอยเชลส์และกุ้ง

พอเดินกลับมาตรงที่แม่ยืนอยู่ ปรากฏว่าแม่ทำท่าจะเป็นลม แล้วก็หน้ามืดทรุดไปเลย ทุกคนตกใจมาก เราก็ตกใจ นั่งพัด นวดมือให้แม่สักพักจนแม่รู้สึกตัว พี่สาวก็ให้เงินให้เรารีบวิ่งไปหาซื้อน้ำหวานมาให้แม่ ซึ่งปกติเราจะเจอตู้กดน้ำเยอะมาก นี่หาไม่เจอเลย เดินไปมาก็เจอร้านขายยา เลยเข้าไปบอกคนขายว่าแม่เป็นลม มียาแนะนำไหม เค้าก็บอกว่ามีเงินเท่าไหร่ มีหลายราคา เราก็เทเงินลงตะกร้าใส่เงินตรงเคาเตอร์ เค้าก็หยิบมาให้หนึ่งขวด ออกแนวอาหารเสริมแบบน้ำตามแบบฉบับญี่ปุ่นทั่วไป ขวดละหกร้อยกว่าเยน เราจ่ายเงินเสร็จก็รีบกลับมา แม่ดื่มสักพัก ก็ดูจะดีขึ้น เออ…ยาดีจิงแฮะ เลยถ่ายรูปขวดเก็บไว้ เผื่อโอกาสหน้ามีเหตุการณ์แบบนี้อีก ลูกเพื่อนแม่อีกคนช่วยยกกระเป๋าบางส่วนขึ้นไปที่ตู้รถไฟที่จองไว้แล้ว แต่เราก็พี่สาวขึ้นไปช้า เพราะดูแม่อยู่ กว่าจะลากกระเป๋าไปดูก็คงจะไม่ทัน เลยเข้าไปนั่งตู้แบบที่ไม่มีจองที่ใกล้ที่สุด

ใช้เวลาประมาณสามชั่วโมงก็เดินทางถึงโอซาก้า ลงที่สถานี Shin-Osaka ก็นั่งแท็กซี่มาโรงแรม

โดยโรงแรมอยู่ใกล้กับสถานีUmeda & JR Osaka ชื่อโรงแรม MONTEREY OSAKA ต้องบอกเลยว่าโรงแรมสวยมากจริง มองข้างนอกไม่เท่าไหร่ แต่ข้างในดูแบบยุโรปเก่า ๆ ลิฟท์นี่แบบมีที่ชี้ตัวเลขด้วย เก๋สุด ๆ เลย ชั้นreceptionจะมีจัดที่นั่งไว้ให้แขก เป็นเก้าอี้แบบหลุยส์ สถาปัตยกรรมแบบยุโรปก็ดูลงตัวกับความเป็นญี่ปุ่นดีนะ บริเวณโรงแรมมีโบสถ์ขนาดใหญ่ไว้จัดงานแต่งงานด้วย รู้สึกว่าที่นี่จะเป็นที่ที่คนนิยมมาแต่งงานกันเยอะทีเดียว เพราะระหว่างที่เดินถ่ายรูปเห็นที่ผนังมีแผ่นไม้ขนาดใหญ่ และมีป้ายสีทองเล็กติดอยู่มากมาย พอเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ปรากฏว่าเป็นชื่อของคู่บ่าวสาวหร้อมวันที่ที่มาจัดพิธีแต่งงาน ซึ่งมันมีเยอะมาาาาาาาาาาาก เมื่อเปิดประตูออกไปจะดูโบสถ์ใกล้ ๆ ก็เห็นว่ามีทำซุ้มต้นไม้ระหว่างทางเดินไปโบสถ์ด้วย สวยดีจริง ๆ

มาถึงโอซาก้าก็บ่ายสองกว่า ๆ ละ เลยออกไปหาอะไรกินกัน ตอนแรกน้องพอไปอีกร้าน แต่มันยังไม่เปิด เลยกลับมาหาของกินที่ห้างแถวโรงแรม เพราะพวกแม่ ๆ ก็เดินทางกันมาเหนื่อยแล้ว เดินสำรวจโลกแถวสถานีโอซาก้า มีของกินเยอะดี มีร้านทาโกะหน้าตาดูดี แต่แม่กินแล้วบอกไม่อร่อยเลย 555

เดินกันไปมาจบที่ South Gate Bldg. ห้างที่อยู่ติดกับสถานีเลย ซึ่งเป็นห้างใหญ่แถวนี้ รวมห้างดังอย่าง DAIMARU & TOKYO HAND ไว้ที่นี่

บริเวณที่ไปหาของกินคือ Umaimono Plaza ก็แยกกันไปกิน เราชวนพี่สาวหินพิซซ่าญี่ปุ่น หรือ Okonomiyaki กลางวันนี้ฝากท้องที่ร้าน Teppanyaki & Okonomiyaki เลือกสั่งชุดที่มีเนื้อกับปลาหมึก ตอนแรกนึกว่าจะได้เอามาผัดเองที่โต๊ะ ปรากฏว่าพ่อครัวทำมาให้ แล้วเอามาวางบนกระทะร้อนข้างหน้า มันก็ช่วยให้พิซซ่ายังร้อนอยู่ตลอดเวลาที่เรากินนั่นเอง รวม ๆ ก็โอเค มันก็แป้ง ๆ ตามสไตล์พิซซ่าญี่ปุ่นอ่ะ

สิ่งที่ชื่นชอบอีกอย่างที่ห้างนี้คือห้องน้ำ รู้สึกว่าเจ๋งกว่าที่อื่น คือ พอเดินผ่านห้องน้ำแล้วฝาโถส้วมมันเปิดขึ้นเองเลย แค่เดินผ่านหน้าห้องน้ำเองนะ แล้วถังขยะพอเอามือแตะเซนเซอร์มันจะเปิดเอง พอเราเอาทิชชู่วาง วันก็จะปิดลงไป โอ้วววววว นอกจากนั้นที่ล้างมือก็เป็นเซนเซอร์ทั้งสบู่และน้ำเลย สบายสุด ๆ

เสร็จธุระเรียบร้อย เราจัดแจงไปเดินเล่นที่ TOKYO HAND เพราะมีของทำงานฝีมือเยอะ เดินเข้าไปนี่ตื่นตาตื่นใจมาก โดยเฉพาะมีมุมที่ขายพวกหินแร่ต่าง ๆ ซึ่งเราชอบมาก ๆ เลย วนเวียนอยู่พักนึง แต่ไม่ได้ซื้อมา แต่ได้ที่ทำตุ๊กตาตั้งโชว์เป็นสวนเม่นเล็ก ๆ มาอันนึง

พอเดินลงมาชั้นของเด็ก ก็เจอตู้ไข่ตังเป็นแถว ก็เกิดอาการโรคจิต ต้องวิ่งไปหยอดเหรียญหมุน ๆๆๆๆ 555 เงินนี่หมดไปกับตู้ไข่เลยจริง ๆ

เดินวนอยู่ในห้างสักพัก เริ่มเบื่อ เลยเดินออกไปข้างนอกดูบรรยากาศในเมือง ดูผู้คนกันบ้าง ที่นี่ข้าวถนนสะดวก เพราะมีไฟแน่นอน และผู้คนเคารพกฎระเบียบ

เราก็ข้ามไปสักสองสามไฟแล้วก็เดินกลับ เพราะอีกฝั่งจะเป็นพวกบริษัทซะเยอะเลย แต่ก็มีจุดสวย ๆ เช่น

เราข้ามไป เจอรูปปั้นตั้งอยู่ พร้อมมีคำอธิบาย แต่เป็นภาษาญี่ปุ่น เราก็ถ่ายรูปมาเพราะมีชื่อรูปปั้นเป็นโรมันจิเขียนกำกับไว้ ชื่อ “GENTSUKI GENCHAN” ลองกลับมาเสิร์ชดู ปรากฏว่าเค้าบอกว่าเป็นรูปปั้นแห่งโชคดี รู้สึกว่าจะเป็นสัญลักษณ์ของแถบนี้เค้า แหมมม โชคดีจริง ๆ ที่ข้ามมา

มองไปข้างหน้า เห็นตึกอิฐสวย ๆ มีต้นไม้ดูร่มรื่นจัง เลยข้ามไปดู ปรากฏว่าเป็นบริษัทชื่อ Daiwa House Group เค้ามีนโยบายด้านพวกรณรงค์รักษ์โลก โลกสีเขียวไรงี้ เลยทำจุดที่เป็นโอโซน มีต้นไม้เยอะ ๆ มีพ่นโอโซนละอองน้ำให้เย็น ๆ เป็นจุดห้ามสูบบุหรี่ด้วย เห็นชิวดี เลยเดินไปถ่ายรูป

เดินชิวถ่ายรูปข้างนอกไปสักพักเริ่มร้อน เลยเดินกลับเข้าห้าง เพราะยังไม่ได้เดินชั้นอื่นอีก ขึ้นไปข้างบนเจอโรงเรียนสอนทำอาหารด้วย แล้วเค้าทำเป็นโล่ง ๆ เลยนะ แบบเห็นเวลาเค้าเรียนกันเลย คนเรียนเยอะทีเดียว

เดินไปเดินมาจนทั่ว ใกล้เวลาอาหารเย็นละ เย็นจะไปลุยย่านNamba กินขาปูยักษ์ร้านดัง

Posted by

Writing, traveling, reading, love handmade stuffs with the passion of travel to get an inspiration from the beauty within. On spiritual journey to learn about how to live my life to the fullest and happiness along the way.

One thought on “Japan trip – Day 4 – Part one (Tokyo -> Umeda, Osaka)

Leave a Reply