Japan Trip – Day 3 – Part three (Shibuya)

มาถึงชิบูย่า landmark สำคัญที่นี่ที่ทุกคนรู้จักก็คงจะหนีไม่พ้น Shibuya 109 ห้างสรรพสินค้าสูงตระหง่านเห็นชัดเจนตรงทางแยกที่แสนวุ่นวายของย่านนี้

ห้างนี้มีทั้งหมด 8 ชั้น เวลาขึ้นบันไดเลื่อนไปจะมีป้ายบอกว่าแต่ละชั้นมีร้านอะไรบ้าง โดยแทบทุกชั้นก็จะเป็นร้านเสื้อผ้า และขายของจุกจิก แต่หนักไปทางเสื้อผ้า ชั้นบนสุดจะมีร้านน้ำปั่น เราเรียกน้ำฟรุ๊งฟริ๊ง มันมีใส่เยลลี่เม็ดกลม ๆ สี ๆ ด้วย น่ารักมาก แต่คืวยาวเลยไม่ซื้อกิน

ตอนเราไปเป็นช่วงเซลล์พอดีเลย ลด 50% เลยสอยมาสองตัว แม่ซื้อให้ตัวนึง อีกตัวซื้อเอง น่ารักดี แม่บอกไหน ๆ มาแล้วก็ซื้อกลับไปซะหน่อย ระหว่างที่เราขึ้นไปเดินเล่นทั่วตึกชิบูย่า แม่กับเพื่อนก็ไปเดินร้าน UNIQLO ซึ่งช่วงนี้เป็นฤดูลดกระหน่ำทั้งเกาะ ไปไหนก็ลด ๆๆๆ แม่กับเพื่อนเลยได้ของกันมาอีกเพียบ

เดินครบทุกชั้น ก็นึกขึ้นได้ว่ามีร้าน My Melody cafe เปิดแถวนี้แล้วก็ปิดถึงสิ้นเดือน เลยชวนพี่สาวไปเดินหา เห็นบอกว่าอยู่ที่ห้างPARCO PART-1 ไอ้เราก็ไม่รู้ว่าห้างนี้อยู่ไหน ก็เลยใช้บริการ google map เดินตามลูกศรคลำ ๆ ทางไป เข้าซอย เข้าตรอก ซึ่งในตรอกนั้นก็มีร้านเยอะแยะเลย ร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้า และในที่สุดก็มาถึงห้างที่ตามหา หน้าห้างมียืนแจกขนมอยู่ คิดว่าเป็นแบบสินค้าใหม่เลยมาแจกไรงี้ คนเข้าคิวรับกันเต็มเลย เลยทำเนียน ๆ กับพี่สาวไปเข้าคิวบ้าง ได้ขนมแบบคุ้กกี้ไส้ช๊อคโก้ 1 ชิ้น กับ พัด 1 อันไว้คลายร้อน

พอเข้าไปในห้างก็เดินตามป้ายเพื่อไปร้านMy Melody cafe ปรากฏว่าไปถึงนี่แทบช๊อค คิววนเป็นเป็นหางงูขึ้นลงบันไดประมาณสามชั้น!!! เลยตัดสินใจชวนพี่สาวขึ้นไปถ่ายรูปหน้าร้านแทน แต่เค้าทำดีคือมีตู้ไข่ให้หยอดเหรียญกดของที่ระลึกของร้านตั้งอยู้หน้าร้าน เราเลยไปหมุน ๆ มา อย่างน้อยถึงไม่ได้กิน ก็ได้ของมาเก็บไว้ดูแหละ

ระหว่างขากลับ สายตาก็ไปเห็นกับป้ายที่เคยเห็นรีวิวในเน็ต นั่นคือ…ร้าน Alice’s Fantasy Restaurant แบบไม่คิดเลยว่าะเจอ ตื่นเต้นสุด ๆ ร้านอยู่ชั้นใต้ดิน เราไม่รอช้า ลากพี่สาวตามกระต่ายขาวไปทันใด ระหว่างทางเดินลงไปมีรูปไพ่ นาฬิกาและเจ้ากระต่ายให้เห็นตลอด ตรงทางเข้าเป็นทหารไพ่ของราชีนีตั้งอยู่ พอเลี้ยวจะเข้าร้าน เราแบบตลึงมาก ร้านน่ารักมาก เหมือนหลุดมาอยู่ในเทพนิยายเลยทีเดียว พอลงมาก็จะเจอบริกรผู้ชายแต่งตัวเป็นMad hatter ก็บอกเค้าว่ามาสองคน โอ้…มีที่เหลือพอดีเลย เพราะร้านค่อนข้างแน่น ชอบร้านมาก พนักงานเสิร์ฟผู้หญิงแต่งตัวเป็นอลิส มาทานร้านนี้ต้องสั่งอาหารคาวคู่กับของหวานนะ จะเลือกสั่งของหวานอย่างเดียวไม่ได้ พี่เราก็อิ่มมาก เลยสั่งสลัดปลาแซลม่อน ส่วนเราสั่งขนมที่เห็นเขียนแนะนำในเมนู ก็คือ ครีมบูเร

เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ เราก็แทบกรี๊ด สลัดขัดมาสวยงาม และกรี๊ดสลบอีกรอบ ขนมจัดจานมาน่ารักมาาาาาาาาาาก โอ๊ยยย สมกับเป็นญี่ปุ่นจริง ๆ เจ๋งสุด ๆ

หลังจากจ่ายเงินเสร็จ เราก็ไม่ลืมจะขอถ่ายรูปกับMad hatter & Alice ประทับใจจริง ๆ เราหยิบโบชัวร์มาด้วย แรากฏว่าร้านนี้เป็นร้านที่ 6 มีชื่อtheme ว่า Alice in a dancing land ซึ่งร้านแนวเทพนิยายอลิสนี้มีสาขากระจายเรียกว่าทั่วญี่ปุ่นเลย แต่ละที่จะมีthemeต่างกันไป เราอยากไปให้ครบทุกที่เลยอ่ะ เห็นในรูปแต่ละที่สวยแปลกแบบในหนังสือจริง ๆ

แม่กับเพื่อนก็ช๊อปกันจนเหนื่อยละ ตอนแรกว่าจะพาไปทานร้านนึงที่เค้าว่าเก่าแก่ย่านนี้ ปรากฏเราเดินไปดูก่อน ร้านปิดไปละ สงสัยเก่าเกิน พี่สาวดูอีกร้านนึงไว้เลยตกลงไปกินร้านนั้นกัน ก่อนไปหม่ำ ก็พาคุณแม่ ๆ ไปเดินศูนย์อาหารข้างล่างที่DAIMARU ซึ่งเป็นห้างใหญ่หน้าสถานีชิบูย่า แม่ ๆ ก็ได้ของกินกันมาเพียบ เราก็ไปซื้อสาหร่าย ที่เลือกสาหร่ายแผ่นเพราะมันอยู่ในกล่องเหล็กมีรูปน้องฮาจิโกะอยู่ที่กระป๋อง น้องฮาจิโกะคือน้องหมาสุดซื่อสัตย์ที่รอเจ้านายอยู่ที่สถานีจนเสียชีวิตไปในที่สุด และมีการสร้างรูปปั้นไว้หน้าสถานีรถไฟ ซึ่งก็คือสถานีชิบูย่านี่เอง แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะคนนั่งกันเต็มเลย บังน้องหมาหมด คนญี่ปุ่นก็ดูจะไม่มีใครสนใจเท่าไหร่

ช๊อปกันเสร็จก็เย็นมากแล้ว ต้องหาอะไรใส่ท้องก่อน มื้อเย็นนี้ฝากท้องที่ร้าน Tempurs-tsuna ร้านอยู่ที่ตึก Gourmet Town แถว ๆ SHIBUYA 109 อยู่ชั้น 6 เป็นร้านเทมปูระ สไตล์local ในร้านมีแต่คนญี่ปุ่น เมนูก็เป็นภาษาญ๊่ปุ่น ไม่มีรูปด้วย เราแก้สถานการณ์ด้วยการออกไปถ่ายรูปอาหารหน้าร้านที่เล็ง ๆ กันไว้ แล้วเอามาให้ป้าพนักงานเสิร์ฟดู สั่งเสร็จก็รอ รอไม่นานนะ มันเจ๋งตรงที่ว่า พ่อครัวจะทะยอยทอดแล้วมาตักเสิร์ฟที่โต๊ะเลย คือทอดกันสดใหม่ หัวไช้ท้าวที่ใส่ในน้ำจิ้มก็ขอเพิ่มได้ด้วย มื้อนี้อร่อยอิ่มกันสุด ๆ เห็นในรูปเหมือนน้อย ปรากฏมาเต็ม ชุดใหญ่เลย เรากับพี่สาวสั่งแบบมีปลาดิบด้วย สดอร่อย ราคาก็ไม่แพงเลย ชุดละพันกว่าเยน

อิ่มท้อง ถุงช๊อปปิ้งหนัก กลับไปนอนดีก่า พรุ่งนี้เตรียมออกเดินทางไปโอซาก้ากันต่อออออ