Japan trip – Day 2 (Asakusa, Ueno, Ginza)

เช้าวันแรกที่ญี่ปุ่น อากาศแจ่มใสมาก ๆ เหมาะกับการออกไปท่องเที่ยวสุด ก็เลยออกมาเก็บภาพรอบ ๆ โรงแรมก่อน เพราะเมื่อคืนกลับมาก็ประมาณสี่ทุ่มละ คือง่วงมาก แถวโรงแรมนี่ออกเงียบ ๆ หน่อยโล่งสะอาดตามาก มีตู้กดน้ำอยู่สองตู้ แต่ติดกับรร.ก็มีค๊อฟฟี่ช๊อปอยู่นะ เดินไปทางที่จะไปสถานีAakasaka ก็จะมีร้านสะดวกซื้อและร้านข้าวTsukiyaที่เปิด 24ชม.ด้วย นับว่าสะดวกสบายมาก ๆ เลยทีเดียว
20140731-134618-49578629.jpg

โดยที่แรกที่เราจะไปกันวันนี้คือย่านAsakusa วันนี้เนื่องจากไปหลายทีเลยซื้อตั๋ววันของรถไฟใต้ดิน ตกราว ๆ 1500เยน เที่ยวได้ทั้งวันสบาย ๆ

20140731-134940-49780343.jpg

ที่เราไปแถวAsakusa เพราะจะไปไหว้พระที่วัดSenso-ji หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “วัดโคมแดง” ซึ่งมีโคมสีแดงขนาดใหญ่อยู่ที่ประตูทางเข้า ซึ่งแนะนำว่าควรมาแต่เช้า เพราะคนจะยังไม่เยอะมาก ประมาณ8โมงจะดีเลย เดินสบาย แต่ร้านระหว่างทางไปวัดจะยังไม่ค่อยเปิด ก็เข้าไปไหว้พระขอพรให้เรียบร้อย แล้วค่อยออกมาซื้อของจะดีกว่า ก่อนที่จะเดินมาถึงวัด ตรงถนนจะมีรถลากแบบญี่ปุ่นมาบริการพานักท่องเที่ยวชมเมืองด้วย แต่ก็สงสารคนลากนะ ถ้าเจอคนตัวใหญ่คนแย่เลย

20140731-135152-49912374.jpg

พอมาถึงด้านหน้าทางเข้าวัดตรงโคมแดง ก็จะมีสถานีตำรวจเล็ก ๆ ตั้งอยู่ มาถึงตอนเช้าตำรวจเพิ่งมาทำงาน กำลังจอดจักรยานพอดีเลย ก่อนเข้าวัด ก็ต้องถ่ายรูปกับโคมสีแดงเสียหน่อย ให้รู้ว่ามาถึงแล้ว จากนั้นก็ถึงเวลาเดิน ๆ…จริง ๆ ช่วงเช้านี้คนก็เริ่มเยอะแล้วเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะยังออกันอยู่ที่ตรงทางเข้า เราก็รีบเดินไปก่อน ระหว่างทางเดินไปถึงตัววัดก็จะมีร้านค้าต่าง ๆ มากมาย ขายขนม ของฝาก ของที่ระลึก แบบมาเยอะแยะมากจริง ๆ เราเป็นคนที่แพ้ตู้ไข่มาก (Gatchapong) เห็นเป็นต้องกด โดยที่วัดนี่เรียกว่าเป็นตู้แรกที่กดที่ญี่ปุ่นเลย 200 เยนราคาปกติ กดออกมาเป็นของที่ระลึกเกี่ยวกับที่วัดนี้ เราได้เข็มกลัดมีภาพจำลองของถนนสายที่กำลังเดินอยู่ ชอบมากเลย

20140731-135150-49910003.jpg

เดินต่อไปเกือบจะถึงตัววัดละ ทางขวามือมีร้านขายขนมแป้งทอดใส่ใส้ต่าง ๆ ซึ่งนี่เป็นแป้งทอดกรอบนอกนุ่มใน ไม่ใช่แป้งทอดแบบโดเรม่อนนะ มีหลายใส้ให้เลือก เราซื้อชาเขียวมา ส่วนพี่สาวซื้อใส้ถั่วแดง ราคาแต่ละใส้ไม่เท่ากัน โดยราคาอยู่ตั้งแต่ 120 – 200 เยน

20140731-135449-50089844.jpg

ในทีสุดก็ถึงตัววัดซะที พอเข้ามาก็จะเห็นมีร้านขายเครื่องรางของวัด แต่ยังไม่ได้ซื้อ จะรีบเข้าไปไหว้ก่อน

IMG_1046

ก็ไปซื้อธูปมา ซึ่งเค้าจัดไว้เป็นมัด ๆ อยู่แล้ว โดยจะมีที่จุดธูปอยู่แถวนั้น เอาธูปจิ้มลงไปในกระถางร้อน ๆ จิ้มแป๊ปเดียวก็เรียบร้อยค่ะ ดีกว่าบ้านเรามาก ของบ้านเราเอาจิ้มเข้าไปที่เทียนก็แล้ว ธูปยังไม่ค่อยจะติดเลย… จากนั้นก็เดินเอาธูปไปปักที่กระถางใหญ่ แต่ระวังตอนปักนะคะ เพราะกระถางร้อน อาจลวกโดนแขนได้ เราโดนมาแล้ว ได้รอยฝากกลับมาเป็นเส้นขอบกระถางธูปเลย 555 แถมปักไม่ได้ด้วย พอโดนแขนแล้วเลยปล่อยธูปล้มอยู่ในกระถางอ่ะค่ะ แต่ก็ไม่ลืมที่จะวักเอาควันธูปเข้าใส่ตัว เพื่อนำสิ่งที่เป็นสิริมงคลเข้าสู่ตัว ช่วงที่ทำแบบนี้แนะนำให้หลับตา กลั้นหายใจด้วยนะคะ พอเดินไปนิดนึงก่อนจะถึงตัววัด ก็จะมีบ่อน้ำให้เราตักน้ำชำระล้างร่างกาย เห็นว่าให้ดื่มด้วย แต่ขอผ่านค่ะ ล้างมือล้างแขนแล้วเอาน้ำมาแตะ ๆ หัวพอเป็นพิธี

IMG_1047

 

IMG_1150

IMG_1140

เสร็จพิธีด้านหน้า ก็ถึงตอนที่จะเดินไปโยนเหรียญขอพรที่ด้านหน้าวัดค่ะ โดยให้ใช้เหรียญ 5 เยน ซึ่งเป็นเหรียญที่มีรูอยู่ตรงกลางนะคะ เหตุที่ใช้เหรียญ 5 เยน เพราะพ้องเสียงกับคำที่มีความหมายว่า “ขอให้โชคดีอยู่กับเรา” แต่ตอนที่เราโยนตอนนั้น เราไม่รู้ว่าเหรียญไหน เลยโยนเหรียญ 50 เยนค่ะ มีเลข 5 เหมือนี่เนาะ และหลังจากโยนเหรียญเรียบร้อย ก็ทำตามทำเนียมญี่ปุ่น โดยการ “คำนับ 2 ครั้ง ตามด้วยปรบมือ 2 ครั้ง ตั้งจิตอธิษฐาน แล้วคำนับอีก 1 ครั้ง” นี่เป็นธรรมเนียมที่ทำทุกที่ค่ะ ไปศาลเจ้าหรือวัดไหน ทำเหมือนกันหมดน้า โยนเหรียญเสร็จเงยหน้าขึ้นมาคนเริ่มเยอะละ เลยรีบเข้าไปด้านใน

IMG_1143

สังเกตเห็นด้านขวามือมีเสี่ยงเซียมซีด้วย แหม่ เดินทางมาไกล มีรึจะพลาด ขอโชคดีกลับมาด้วยกันซะหน่อย เลยเดินไปส่อง ๆ แถวนั้นก็จะมีคนถือไม้มองหาใบเซียมซีของตัวเองอยู่ เราอย่าเพิ่งหยิบที่เขย่านะคะ รอให้เค้าใส่คืนไปก่อน ถ้าให้ไว้ พอเราเขย่าได้ไม้ออกมาแล้ว ให้ใช้กล้องถ่ายรูปไว้ค่ะ เพื่อที่คนอื่นจะได้ไม่ต้องรอเราหา มีแต่คนบอกใบเซียมซีไม่มีภาษาอังกฤษนะ เราก็ก่ะจะเอามาให้เพื่อนแปลให้ พอถึงตอนเราเขย่า เราก็ยกมาขอพร พร้อมเขย่า ๆ … แต่เราเขย่านานมากค่ะ 555 สงสัยเราเขย่าผิดท่า พี่สาวเรารอไม่ไหวเลยต้องไปหยิบอีกอันมาเขย่า ท่าทางจะต้องเขย่าแบบทิ่มกล่องเซียมซีลงอ่ะค่ะ เพราะมีรูเล็ก ๆ เท่าขนาดไม้ให้ไม้ออกมาได้ ซึ่งเราว่าดีนะคะ ของไทยนี่เขย่าทีแทบจะร่วงออกมาหมดเลย จนเราเปลี่ยนท่าเขย่าก็แล้ว ก็ไม่มีทีท่าว่าไม้จะออกมา เราก็เริ่มเครียดแล้วค่ะ คนข้างหลังนี่ส่ายหัวละ รอนาน เราก็อธิษฐานว่าหากเทพเจ้าที่ศาลเจ้านี้มีอยู่จริง โปรดประทานพระให้ลูกด้วย…และเพียงแป๊ปเดียว ไม้ก็ออกมาเฉยเลย เราก็รีบถ่ายรูปไม้แล้วรีบใส่คืน ปรากฏว่าเราได้เซียมซีใบดีมากเลยค่ะ ที่สำคัญตอนนี้เค้าปรับปรุงแล้วมีภาษาอังกฤษด้วย

IMG_1048

ก่อนจะเดินกลับออกมา เราก็เห็นว่ามีที่ขายเครื่องรางด้วย แต่มีแต่คำเขียนอธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่น เราเลยตัดสินใจเดินไปถามจนท.ที่ขายเครื่องรางว่าอันไหนช่วยเรื่องอะไร แล้วก็บังเอิญอันที่เราชี้ถาม เค้าบอกว่าเรื่องความรัก เลยสอยมากเลย 555 ช่วงที่เดินกลับออกมาก็เดินถ่ายรูปเก็บภาพมาตลอดทางค่ะ

IMG_1075

แล้วพี่สาวก็บอกว่าแถวนี้มีร้านของsoft cream อร่อยมาก แต่ตอนเดินเข้ามาไม่เห็น เลยคิดกันว่ายังเช้าอยู่ ปรากฏว่าจริงค่ะ ตอนเดินออกมาก็เจอ ประมาณครึ่งถนนมั้งคะ ร้านอยู่ทางซ้ายมือ(กรณีเดินออกมาจากวัด) ราคาแต่ละรสก็ไม่เท่ากันค่ะ เราขอเบสิคเลยคือชาเขียว อร่อยจริง ๆ ค่ะ ต้องลอง

IMG_1076

จากนั้นเราก็มาขึ้นรถไฟฟ้าต่อเพื่อจะไปที่ Ueno โดยเป้าหมายคือจะไปช๊อปปิ้งกัน โดยเราก็ไม่รู้ว่าแถวนั้นมีไรน่าสนใจบ้าง เห็นพี่สาวบอกแต่มีตึกม่วงที่มีขนมเยอะ ๆ พอมาถึง เดินจากสถานีไปนิดนึงก็ก็ต้องตะลึงกับร้านของเล่นYamashiroya ซึ่งเป็นร้านขายของเล่นใหญ่ที่สุดในย่านนี้ มีประมาณ 5 ชั้น หน้าร้านก็มีตู้ไข้ให้หมุนด้วย ซึ่งในร้านก็มีอีกเพียบเลย ของเล่นใหม่ ๆ จะหาซื้อได้ที่นี่เลยค่ะ เราก็ได้ผีเสื้ออิเล็กทรอนิกส์ในขวดแก้วมา อันนี้เล็งไว้ อยู่ในลิสว่าถ้ามาญี่ปุ่นจะมาสอย แล้วก็ได้สมใจ พวกแม่ ๆ เลยตัดสินใจปล่อยเรากับพี่สาวไว้ที่ร้านของเล่น แล้วเค้าจะไปช๊อปกันต่อ เราวนเวียนครบทุกชั้น ซื้อของเสร็จ กดตู้ไข่ สักพักนึงก็ออกมากับพี่สาว เพราะพี่สาวจะไปตึกม่วง พอเลี้ยวซ้ายตึกข้างหน้า เรานี่เกือบลืมหายใจเลย เพราะมีตู้ไข่หลายสิบตู้ตั้งเรียงกันตลอดแนวตึก…สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เราแทบจะหมุนมันทุกตู้เลยค่ะ 555 เสียเงินไปเท่าไหร่ไม่รู้ ม่ายอยากนับ แต่ที่รู้คือมีไม่ออก 1 ตู้ เลยเสียเปล่าไป 300 เยน

IMG_1080

ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าร้อน ซึ่งมีเทศกาลมากมาย ก็จะได้พบเห็นผู้หญิงญี่ปุ่นเดินใส่กิโมโนตามท้องถนนค่ะ เดินผ่านตึกนึงมีคนต่อคิวยาวมาก แต่เท่าที่สังเกตอายุคนต่อนี่เยอะอยู่ เลยลองมอง ๆ หาป้ายแล้วก็เดาว่าน่าจะเป็นอารมณ์ทอร์คโชว์อ่ะค่ะ (เดาล้วน ๆ)

IMG_1081

เดินกันไปมาก็ยังไม่เจอตึกม่วงที่ตามหา เพราะพี่สาวก็จำไม่ค่อยได้ว่าอยู่ตรงไหน แต่ก็มีเจอตึกม่วงใหม่ “Takeya Select” ซึ่งตึกม่วงใหม่นี้มีทั้งของแบรนด์เนม ขนมจากต่างประเทศ บลา ๆ เรียกว่าคนละแนวกับตึกม่วงเก่าเลย แล้ว…ตึกม่วงเก่านี่มันอยู่ไหนหล่ะ? เมื่อยังหาตึกม่วงเก่าไม่เจอ หาบรรดาแม่ ๆ ก็ไม่เจอ เราก็หันไปเห็น…Ueno Park เลยลองเดินเข้าไปดู แล้วก็ต้องโอ้โห สวนสาธารณะที่นี่ใหญ่โตจริง ๆ แต่ที่อเมซิ่ง ตื่นตะลึงสุด ๆ กับ สวนบัวแบบใหญ่โตสูงท่วมหัว ใบบัวใช้ทำร่มได้ และดอกบัวตอนบานนี่ใหญ่กว่าหน้าอีก แล้วมันเต็มสระน้ำไปหมดเลย พอเราเห็นคนมาถ่ายรูปกันด้วยกล้องDSLR เราก็หยิบกล้องตัวจิ๋วของเราออกมาถ่ายบ้าง รูปออกมาสวยไม่แพ้กันหรอกน่า แต่สวนบัวนี่จะมีแบบนี้เฉพาะช่วงหน้าร้อนเท่านั้น มาฤดูอื่นจะไม่ได้เห็นะฮะ หน้าร้อนนี่จะสวยที่สุดเลย

IMG_1082

เดินหลงกันไปมา เริ่มหิว เลยหลงเข้าไปในตลาดAmeyoko ตื่นตาตื่นใจอีกเช่นกัน มีของสด อาหารทะเลสดขายตลอดแนว ยิ่งไปกว่านั้นยังมีร้านที่ทำสด ๆ เดี๋ยวนั้นให้เรายืนกินได้เลย แต่ร้านก็เล็กเกินกว่าจะเข้าไปยืนเบียดด้านใน

IMG_1083

เลยเดินกันไปสักพัก ก็เจอร้านอาหารญี่ปุ่นแบบlocalมาก ๆ ชื่อUmibuta ดูจากป้ายด้านหน้าดูมีอาหารให้เลือกเยอะดี แล้วมันดูญี่ปุ่นมาก ๆ ไหน ๆ มาเที่ยวแบบนี้ เราก็ควรลองกินร้านแบบนี้หล่ะ พอเปิดประตูเข้าไปก็ได้บรรยากาศร้านญ๊่ปุ่นดีนะ เหลือที่นั่งสองที่พอดีเลย โชคดีมาก ในร้านมีแต่คนญี่ปุ่น แต่ดีที่เมนูมีรูป เราสั่งข้าวหน้าเนื้อดิบที่มีไข่นกกระทามาให้คลุกด้วย พี่สาวสั่งหมี่เย็น แล้วก็สั่งชาเขียวมา พอเสิร์ฟนี่นึกว่าเบียร์ เหมือนเลย อาหารรสชาติดีใช้ได้ทีเดียว

IMG_1084

IMG_1136

พออิ่มแล้วก็ส่งlocationไปทางไลน์แล้วก็นัดเจอกับพวกแม่ ๆ จากนั้นน้องที่เป็นลูกเพื่อนแม่ก็พาเดินไปที่ตึกม่วงเก่า ซึ่งมันก็เรียกว่าตึกTakeya ชั้นหนึ่งนี่อัดแน่นไปด้วยขนม ของกิน ชา กาแฟ ใครหาของฝากอยู่ก็สามารถหาซื้อที่นี่เลยก็ได้ แต่ความรู้ใหม่ที่ได้รับคือ มันมีตึกอื่นด้วย หลายตึกเลย แต่ละตึกจะมีของไม่เหมือนกัน รู้สึกตึกที่สาม สีชมพู จะขายพวกเครื่องสำอางค์ อาหารเสริม คือแบบของเยอะมาก หลายชั้นเลย เราก็เลยได้ละลายทรัพย์บางส่วนไปกับแถวนี้

IMG_1085

ซื้อของกันเสร็จก็บ่าย ๆ เลยพากันกลับไปพักขาทีรร. ตู้รถไฟใต้ดินที่ญ๊่ปุ่นมีตู้สำหรับผู้หญิงด้วยนะ แต่…มันก็ยังมีผู้ชายขึ้นมาอยู่ดี บางคนเนียนนั่งหลับไปเลยก็มี

IMG_1088

พอกลับมาถึงรร. เลยไปลองใช้บริการค๊อฟฟี่ช๊อปซะหน่อย ชานี่รสชาติดีเลย แต่เค้กหวานไปหน่อย ช่วงเย็นก่อนจะออกไปหาข้าวกินกัน

IMG_1163

ก็ไปแวะถ่ายรูปที่Kokyo Gaienก่อน ซึ่งเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ด้านหน้าพระราชวัง ใครชอบเดิน แนะนำให้มาแถวนี้ มันกว้างใหญ่แบบมาก ๆ เลย พอเดินไปจนถึงสะพานทางเข้าพระราชวัง ก็ถ่ายรูป แล้วก็ต้องรีบกลับเพราะฝนเริ่มจะตกแล้ว

IMG_1164

IMG_1153

จากนั้นก็นั่งรถไฟมาแถวGinza เพื่อไปกินข้าวเย็นกัน โดยมื้อนี้จัดกันที่ร้าน SHABUSEN ซึ่งมีทั้งชาบูและสุกี้ให้เลือก แต่มื้อนี้กินชาบูกัน เนื้อนุ่มอร่อยดี มีอาหารเรียกน้ำย่อยเป็นไข่ตุ๋น อร่อยมากเลยชอบ แต่เส้นบะหมี่ที่มาทีหลังให้กินกับน้ำซุปที่เราลวกเนื้อนี่…เรากินไม่ไหวแล้วอ่ะ คือ อิ่มมาก อ่อ…ที่ร้านมีเมนูภาษาอังกฤษ และวิธีการกินกับปรุงน้ำซอสเป็นภาษาอังกฤษให้เราดูด้วยนะ ตบท้ายของหวานเป็นไอติมชาเขียวถั่วแดง อร่อย

IMG_1165

สถานีรถไฟที่ญี่ปุ่นนี่ของเยอะจริง ๆ แทบจะทุกสถานีเลย โดยเฉพาะสถานีใหญ่ ๆ ของจะเยอะมาก ตอนขากลับก็เดินเล่นที่สถานีGinza มีขนมน่ารักกุ๊กกิ้กเยอะเลย ที่สำคัญมีร้านอาหารไทยมาเปิดด้วยชื่อร้าน mango tree kitchen ‘gapao’ เห็นน้องที่ไปด้วยกันบอกขายดีทีเดียว

กลับห้อง พาดขา แล้วนอน…